ฝุ่น PM2.5 กับปัญหาผิว

วันนี้ท้องฟ้าของคุณปกคลุมไปด้วยฝุ่นอีกวันหรือเปล่าคะ

ในช่วง 2-3 ปีหลังนี้ ปัญหาเรื่องมลพิษฝุ่นหนาแน่น มีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเวลาฝุ่น PM 2.5 หนาแน่นจนแอพวัดค่าคุณภาพของอากาศขึ้นสีแดงแล้ว หายใจทีก็ติดขัด ตาก็ระคายเคืองจนแดง คันตามผิวหนัง เกิดสิวเห่ออีก บทความนี้ เราจะมาเจาะจงดูว่าตัว PM2.5 ทำอันตรายต่อผิวของเรายังไงและมีวิธีไหนบรรเทาได้บ้าง

PM2.5 คืออะไร

PM2.5 เป็นอนุภาคขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน หรือเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ ด้วยขนาดที่เล็กมาก ฝุ่น PM2.5 สามารถเข้าสู่ร่างกายของเราทางการหายใจ การดูดซึมทางผิวหนัง และเข้าสู่เส้นเลือดฝอยและกระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ได้ ละอองฝุ่นขนาดเล็กนี้รวมตัวกับสารพิษอื่นๆ เช่น แคดเมียม ปรอท โลหะหนัก เป็นต้นได้ ทำให้เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงผิวหนัง

PM2.5 ต้นเหตุของปัญหาผิวพรรณ

ฝุ่น PM2.5 ทำให้เกิดภาวะที่มีอนุมูลอิสระมากเกิน แต่ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระไม่เพียงพอ หรือเรียกว่า ภาวะ oxidative stress ซึ่งจะนำไปสู่การทำลาย DNA โปรตีน ไขมัน ในเซลล์ผิวของเรา ฝุ่น PM2.5 ลดความสามารถของผิวในการต่อสู้กับสภาวะอากาศ แสงแดด รังสี UV เชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้ ทำให้ผิวหนังเกิดความเสียหายได้ง่ายขึ้น

ผลกระทบหลัก ๆ ต่อผิวหนัง

1. ทำลายเซลล์ผิว และโปรตีนที่อยู่ในเกราะป้องกันผิว ทำให้ตาข่ายเซลล์ผิวอ่อนแอลง ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่ายขึ้นและระคายเคืองได้ง่ายขึ้น

2. ทำให้สารก่ออนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ก่อความเสี่ยงการเกิดมะเร็งผิวหนัง

3. ทำให้การผลิต Chorestoral บนผิวหนังชั้นนอกเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ เนื่องจากร่างกายต้องการซ่อมแซมความเสียหายของผิว

4. ทำให้ระดับของ squalane (น้ำมันธรรมชาติบนผิวหนังที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และป้องกันรังสี UV ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว และเป็นตัวช่วยสร้างไขมัน) ในผิวหนังลดลง ทำให้เกิดภาวะไขมัน (sebum) ในผิวหนังไม่สมดุล

ผลกระทบโดยตรงที่เห็นได้ชัดของมลภาวะต่อผิวหนังคือ เกราะป้องกันผิวอ่อนแอลง ทำให้ความชุ่มชื้นในผิวลดลง อันจะส่งผลทำให้เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมา เช่น ผิวขาดน้ำ เกิดจุดด่างดำ สีผิวไม่สม่ำเสมอ รูขุมขนกว้างขึ้น และริ้วรอยเห็นเด่นชัดขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้เป็นสิว มีอาการแพ้ระคายเคือง แดง แห้งตึงซึ่งอาจนำไปสู่โรคผิวหนังอื่นๆ ได้ ในระยะยาว จะส่งผลให้ผิวของเราแก่ก่อนวัย ไม่สดใส นั่นเอง

แล้วมีทางไหนบรรเทาได้บ้าง?

เพราะผลกระทบฉับพลันของฝุ่น PM2.5 ต่อผิวคือระดับความชุ่มชื้นที่ลดลง การเติมความชุ่มชื้นให้ร่างกายและผิวจึงสำคัญมาก ควรดื่มน้ำสะอาดเยอะ ๆ อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน เพื่อให้กำจัดของเสียและพิษที่อาจเข้ามาในร่างกายได้ และควรใช้สกินแคร์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว เพื่อเป็นการช่วยร่างกายซ่อมแซมผิวในอีกทางหนึ่ง

นอกจากนี้ เราควรใส่ใจทำความสะอาดผิวหนังให้สะอาด โดยเฉพาะผิวหน้าที่เป็นที่สะสมของไขมัน ฝุ่นละออง สารพิษ เมกอัพต่างๆ ถ้าจะให้ดีควรทำความสะอาดผิวหน้า 2 รอบ (double cleansing) ล้างเมกอัพ ไขมัน และสิ่งที่หลุดออกยากก่อนทีหนึ่ง แล้วค่อยใช้คลีนเซอร์ที่อ่อนโยนในการทำความสะอาดผิวหน้าอีกรอบ เพื่อให้ผิวหน้าสะอาดอย่างแท้จริง เคล็ดลับอีกอย่างคือ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนล้างหน้า เพราะจะทำให้ผิวหน้าแห้งและอ่อนแอต่อสิ่งรบกวนได้ง่ายขึ้น

ทากันแดดทีมีค่า SPF30 เป็นอย่างน้อยทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากความเสียหายจากรังสี UV ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดความเสียหายของผิว

หากทำได้ ให้มองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว หรืออาหารเสริม ที่อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ อย่าง Vitamin A, C, D, B-complex โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Vitamin B3 หรือ Niacinamide ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ช่วยต่อต้านผลกระทบของฝุ่น ควัน ช่วยลดความเสียหายต่อเซลล์ผิว ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวและเสริมสร้างความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวเผชิญกับสิ่งแวดล้อมภายนอกที่เป็นอันตรายต่อผิวได้ดีขึ้น