อยากผิวสวย อย่าปล่อยให้ผิวขาดน้ำ

ส่องกระจกแล้วผิวดูหมอง ๆ ไม่สดใส จับแล้วก็สาก ๆ เหมือนมีขุย ๆ หรือแต่งหน้ายังไงก็ไม่ค่อยติด

ถ้ามีอาการเหล่านี้ สันนิษฐานได้เลยว่าคุณกำลังเผชิญปัญหาผิวขาดน้ำแล้วละ

ผิวขาดน้ำเป็นอาการหนึ่งที่แสดงว่าผิวกำลังมีปัญหาความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ ผิวขาดน้ำอาจเกิดจากหลายสาเหตุ โรคทางพันธุกรรมบางชนิดที่ทำให้เกิดความผิดปกติในการสร้าง keratinocytes (keratin) หรือ การเป็นโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (atopic eczema) จะทำให้สูญเสียความสามารถในการรักษาน้ำไว้ที่ผิวหนังซึ่งส่งผลให้ผิวขาดน้ำได้

อายุที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผิวขาดน้ำ เพราะเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันจะลดลง ทำให้ไขมันระหว่างเซลล์ลดลงไปด้วย ทำให้สูญเสียน้ำออกจากผิวหนังได้ง่ายขึ้น  

อากาศและสภาวะแวดล้อมก็กระทบต่อความสามารถในการรักษาความชุ่มชื้นในผิวเช่นกัน ในฤดูหนาวที่ความชื้นในบรรยากาศต่ำ การสูญเสียน้ำออกจากผิวหนังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวหนังอักเสบจากความแห้งได้ ในฤดูร้อน อากาศที่ร้อนทำให้เซลล์เสียน้ำผ่านทางเหงื่อง่ายขึ้น การโดนแดดแรง ๆ เป็นประจำ ก็ทำลายเซลล์ผิวจนส่งผลต่อการสูญเสียน้ำออกจากผิวหนังได้

นอกจากนี้ พฤติกรรมของเราก็ส่งผลต่อระดับความชุ่มชื้นในผิวได้เช่นกัน เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการผลัดผิวที่เข้มข้นบ่อย ๆ หรือ ติดต่อกันเป็นเวลานาน การขัด ลอกหน้าบ่อยๆ การล้างหน้าบ่อย ๆ เพื่อล้างน้ำมันที่เคลือบบนผิวโดยสารทำความสะอาดชนิดรุนแรง พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เซลล์ผิวหนังกำพร้าเกิดการหมุนเวียนเร็วกว่าปกติ ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างชั้นไขมันได้ทันรอบการผลัดผิว เกราะป้องกันผิวที่อ่อนแอลงทำให้ความสามารถในการรักษาน้ำให้อยู่ในผิวหนังลดลงไปด้วย ทำให้ผิวหนังสูญเสียน้ำออกสู่ภายนอกได้ง่ายขึ้น

ผิวที่ขาดน้ำจะถูกกระตุ้นให้ผลิตน้ำมันเพิ่มมากขึ้นเพื่อทดแทนความชื้นที่หายไป ซึ่งเมื่อน้ำมันถูกผลิตออกมามากเกินไปอาจก่อให้เกิดการอุดตัน กลายเป็นปัญหาสิวขึ้นมาได้ นอกจากนี้ ผิวที่ขาดน้ำจะมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยแวดล้อมเช่น ฝุ่น แสงแดด สารเคมีบางชนิดในผลิตภัณฑ์มากกว่า ทำให้ผิวที่ขาดน้ำแพ้ระคายเคืองง่ายขึ้นอีกด้วย

รู้อย่างนี้แล้ว ปกป้องผิวของคุณ อย่าปล่อยให้ผิวขาดน้ำ ใช้สกินแคร์ที่ช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ เพราะคุณก็รู้ดี การป้องกันง่ายกว่าการแก้ไขเสมอ